เมืองละโว้

เมืองละโว้

 

ZButtomline

นานแสนนานมาแล้ว เมืองลพบุรีขณะนั้นอยู่ใกล้ทะเลมีลักษณะเป็นเมืองท่าค้าขาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งค้าขายกับเมืองจีน มีเรือสำเภา (ชาวพื้นเมืองเรียกเรือตะเภา) นำสินค้ามาค้าขายแลกเปลี่ยนกับสินค้าของชาวพื้นเมืองอยู่เป็นประจำ และในครั้งนั้นมีพ่อค้ามหาเศรษฐีจีนคนหนึ่งซึ่งชาวเมืองลพบุรีเรียกกันว่า “เจ้า” ชื่อ “กงจีน” รวมเรียกชื่อว่า “เจ้ากงจีน” (บางตำนานว่าเป็นพระเจ้ากรุงจีน) เป็นคนมีเมียมาแล้วหลายคนจนนับไม่ถ้วน แต่เมื่อไปค้าขายเมืองใดได้พบสาวงามถูกใจก็มักจะสู่ขอมาเป็นเมียของตนอีก โดยทำพิธีแต่งงาน มีขบวนขันหมากอย่างใหญ่โตทีเดียว และเมื่อเสร็จพิธีก็จะนำภรรยากลับไปไว้เมืองจีนทุกรายไป
เมื่อเศรษฐีผู้นี้ได้นำสินค้ามาขายยังเมืองลพบุรีก็ได้พบสาวงามเข้าจนได้ (คือนางนงประจันทร์) จึงเกิดความรักใคร่ได้ทำการสู่ขอและกำหนดวันแต่งงานไว้ด้วย โดยจะนำขันหมากและสินสอดทองหมั้นมาจากเมืองจีน พ่อของนางตอบตกลงเพราะเห็นแก่เงิน แต่นางนงประจันทร์นั้นไม่ตกลงปลงใจด้วย เพราะนางมีคนรักอยู่แล้ว และคนรักของนางก็เป็นหนุ่มผู้เรืองวิทยาคมที่สามารถแปลงกายเป็นอะไรก็ได้
เมื่อขบวนเรือขันหมากจากเมืองจีนแล่นเข้ามาใกล้เมืองลพบุรี ได้มารวมกลุ่มและแปรขบวนเพื่อแล่นเข้าสู่เมืองลพบุรี ต่อมาสถานที่นั้นได้กลายเป็นคลอง ปัจจุบันมีชื่อว่า “คลองบางขันหมาก” ขณะที่เรือใกล้จะถึงฝั่ง ชายหนุ่มคนรักของนางนงประจันทร์ซึ่งได้แปลงกายเป็นจรเข้ตัวใหญ่มหึมา และคอยหาโอกาสที่จะทำลายเรือขันหมากให้ล่มจมทะเลเสียให้หมดนั้นได้โผล่ขึ้นพ้นน้ำ พวกลูกเรือเห็นเข้าก็ตกใจจึงเตรียมตัวหนี เผอิญมีลมพัดมาอย่างแรง ขบวนเรือจึงได้ลมแล่นไปทางตะวันออกเฉียงเหนือของเมืองลพบุรี จรเข้เกิดความโกรธเป็นอย่างมาก จึงไล่กวดขบวนเรือไปอย่างรวดเร็ว เมื่อกวดทันก็ใช้หางฟาดน้ำทำให้เรือบางลำเอียงทำท่าจะล่ม ลูกเรือเห็นมีพื้นดินตื้น ๆ จึงกระโดดลงไปเพื่อหนีเอาตัวรอด พื้นที่ที่ลูกเรือกระโดดลงไปนั้นในปัจจุบันนี้เป็นภูเขาลูกเตี้ย ๆ มีชื่อว่า “เขาจีนโจน” เมื่อพวกลูกเรือกระโดดลงไปแล้ว ก็พยายามตะเกียกตะกายขึ้นไปสู่พื้นดินที่สูงกว่า แล้วชะเง้อมองเข้าของขันหมากที่หลุดลอยออกมาจากเรือสำเภาที่ล่มลงแล้ว สถานที่นี้จึงเรียกว่า “เขาจีนแล” มีลักษณะคล้ายคนกำลังยืนจังก้า (ปัจจุบันนี้ทั้งเขาจีนโจนและเขาจีนแลอยู่ในเขตห้วยซับเหล็ก อำเภอเมือง ส่วนเรือสำเภาที่ล่มนี้ต่อมากลายเป็นภูเขาซึ่งมีลักษณะคล้ายเรือสำเภาล่มตะแคงอยู่ ชาวบ้านจึงเรียกว่า “เขาตะเภา” (ปัจจุบันนี้อยู่ในท้องที่ตำบลพะเนียด อำเภอโคกสำโรง)
เมื่อเรือสำเภาล่มลงแล้ว บรรดาสิ่งของเครื่องขันหมากต่าง ๆ ก็จมลงบ้าง ลอยตาน้ำไปบ้าง สำหรับผ้าแพรอย่างดีเป็นพับ ๆ ที่นำมาเป็นของกำนัลได้ลอยไปตามแรงคลื่นลม และไปติดรวมกันอยู่ที่แห่งหนึ่ง ต่อมากลายเป็นภูเขามีลักษณะเป็นชั้น ๆ คล้ายผ้าแพรพับไว้ ชาวบ้านจึงเรียกว่า “เขาพับผ้า” หรือ “เขาหนีบ” (อยู่ทางตะวันออกของเมืองลพบุรีราว 8 กิโลเมตร) ส่วนแก้วแหวนเงินทองที่บรรทุกมาได้ ไปจบลงที่บริเวณ “เขาแก้ว” ซึ่งภูเขาลูกนี้มีลักษณะเป็นหย่อม ๆ ตั้งอยู่อย่างโดดเดี่ยวคล้ายกับมีคนนำเอาหินมากองซ้อนกันไว้ เขาแก้วนี้อยู่ริมทางเข้านิคมลพบุรีและมีวัดตั้งอยู่บนเขาลูกนี้ (คือวัดแก้วหรือวัดคีรีรัตนาราม) สำหรับตะกร้าที่ใส่ของต่าง ๆ มาในเรือก็ลอยไปจมลง ต่อมากลายเป็นภูเขาอีกลูกหนึ่งชื่อ “เขาตะกร้า” มีลักษณะเหมือนตะกร้าคว่ำอยู่ติดกับบริเวณอ่างเก็บน้ำซับเหล็กและขนมต่าง ๆ ที่ลอยไปติดอยู่ใกล้ ๆ กัน ซึ่งต่อมากลายเป็นภูเขาที่มีลักษณะเหมือนขนมเข่งถูกน้ำแล้วขึ้นรา ชาวบ้านจึงเรียกว่า “เขาขนมบูด” และน่าแปลกเสียด้วยที่ว่าหินที่ภูเขาลูกนี้ เมื่อหยิบขึ้นมาดมดูยังมีกลิ่นคล้าย ๆ ขนมที่บูดแล้ว ท่านผู้อ่านน่าจะลองไปพิสูจน์ดูให้รู้แจ้งเห็นจริง)
ส่วนนางนงประจันทร์ยืนดูขบวนขันหมากล่มอยู่บนฝั่ง ก็เกิดความดีใจที่ไม่ต้องตกเป็นเมียของเศรษฐีจีนจึงกระโดดโลดเต้นอย่างลืมตัว จนพลาดตกลงไปในทะเล บังเอิญนางว่ายน้ำไม่เป็นจึงจมน้ำตาย ณ ที่นางนงประจันทร์จมน้ำตายนี้ ต่อมากลายเป็นภูเขา ชาวบ้านเรียกว่า “เขานงประจันทร์” หรือเขา “นางพระจันทร์” ตอนหลังเพี้ยนไปเป็นเขาวงพระจันทร์
สำหรับจรเข้หนุ่มเมื่อเห็นขบวนขันหมากล่มหมดแล้วก็ว่ายน้ำมายังฝั่ง แต่ได้เห็นคนรักตกน้ำตายจึงเสียใจมาก ประกอบกับเหน็ดเหนื่อยต่อการอาละวาดไล่ล่าขบวนขันหมาก จึงถึงกับเป็นลมและสิ้นใจตายกลายเป็นหินเฝ้าสำเภาอยู่ ชาวบ้านจึงเรียกว่า “เขาตะเข้” หรือ “เขาจรเข้” ซึ่งอยู่ห่างจากเขาตะเภาไปทางทิศเหนือไม่มากนัก
ตำนานเรื่อง “เขาตะเภา” นี้ นับว่าเป็นหลักฐานสำคัญที่แสดงว่าชาวเมืองลพบุรีในอดีตมีการติดต่อค้าขายกับพ่อค้าชาวจีนอย่างเป็นล่ำเป็นสัน โดยเฉพาะประเด็นที่ว่าเมืองลพบุรีในสมัยโบราณอยู่ใกล้ทะเล และมีฐานะเป็นเมืองท่านั้นสอดคล้องกับหลักฐานทางภูมิศาสตร์และธรณีวิทยาที่ระบุไว้ว่าชายฝั่งทะเลในยุคโบราณ โดยเฉพาะในช่วงสมัยทวารวดี (พุทธศตวรรษที่ 11-16) นั้นอยู่ลึกกว่าปัจจุบัน และน่าจะอยู่ในระดับที่ใกล้เคียงกับที่ตั้งของเมืองลพบุรีในปัจจุบัน อย่างไรก็ตามยังต้องมีการศึกษาหาข้อมูลด้านอื่น ๆ มาประกอบเพื่อให้กระจ่างชัดยิ่งขึ้น โดยเฉพาะข้อมูลทางโบราณคดี ซึ่งถ้ามีการติดต่อค้าขายกับจีนอย่างเป็นส่ำเป็นสันแล้ว จะต้องได้พบโบราณวัตถุที่เคยเป็นสำคัญของจีนในบริเวณเมืองโบราณในเขตจังหวัดลพบุรีและบริเวณใกล้เคียง

ZButtomline

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s